ข่าวการศึกษา

สพฐ. ย้ำแนวทางทรงผมนักเรียน 29 ต.ค. 2569 โรงเรียนต้องรับฟังและเคารพสิทธิ

สพฐ. มีหนังสือลงวันที่ 29 ตุลาคม 2569 กำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดให้ปฏิบัติตามแนวนโยบายทรงผมนักเรียนอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยของผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา หนังสือครั้งนี้ย้ำแนวทางที่แจ้งไว้แล้วตั้งแต่ปี 2566 จึงไม่ใช่การเพิ่งยกเลิกระเบียบทรงผมในปี 2569

หนังสือใหม่ย้ำอะไร และระเบียบเดิมยกเลิกเมื่อไร

หนังสือ สพฐ. วันที่ 29 ตุลาคม 2569 อ้างถึงหนังสือวันที่ 24 เมษายน 2566 ซึ่งแจ้งการยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 และแนวนโยบายที่สถานศึกษาต้องนำไปดำเนินการ

ระเบียบยกเลิกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2566 และกำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ส่วนหนังสือปี 2569 เป็นการกำชับให้เขตพื้นที่และโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ถือปฏิบัติตามแนวนโยบายเดิมอย่างเคร่งครัด

นักเรียนไว้ผมสั้นหรือยาวได้ โรงเรียนวางกติกาอย่างไร

แนวนโยบายแนบท้ายหนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 30 มีนาคม 2566 ระบุว่า นักเรียนและนักศึกษาจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ โรงเรียนอาจกำหนดลักษณะให้เหมาะกับบริบท หรือตามเพศสภาพหรือเพศวิถีของผู้เรียน โดยต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

การกำหนดกติกาของโรงเรียนมีขั้นตอนสำคัญที่ต้องดำเนินการร่วมกัน ได้แก่

  • รับฟังผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้แทนครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เปิดรับความเห็นต่อร่างระเบียบอย่างโปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ ตรวจสอบได้ และรับฟังเสียงข้างน้อยด้วย
  • เสนอขอความเห็นชอบก่อนประกาศใช้ จากคณะกรรมการสถานศึกษาหรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียน แล้วแต่กรณี
  • เผยแพร่และแจ้งให้ทราบทั่วกัน เช่น ผ่านระบบสารสนเทศ คู่มือรับสมัคร หรือบริเวณโรงเรียน พร้อมแจ้งนักเรียน ครู และบุคลากรให้เข้าใจตรงกัน

เมื่อนักเรียนไม่ทำตามกติกา ต้องคำนึงถึงสิทธิในร่างกาย

แนวนโยบายข้อ 3 ให้พิจารณาวิธีปรับปรุงพฤติกรรมอย่างเหมาะสม และระบุว่าไม่ควรดำเนินการที่อาจกระทบสิทธิและเสรีภาพในร่างกายของผู้เรียนโดยตรง โดยยกตัวอย่าง การตัดผมนักเรียนเองโดยทันที

หากมีการลงโทษ ข้อ 4 ให้ดำเนินการตามหลักการของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ. 2548 ซึ่งกำหนดโทษไว้ 4 สถาน ได้แก่ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อีกทั้งห้ามใช้วิธีรุนแรง กลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธหรือพยาบาท

จุดที่โรงเรียนควรตรวจทบทวนก่อนสื่อสารกับนักเรียน

จากขั้นตอนในแนวนโยบาย โรงเรียนสามารถใช้คำถามต่อไปนี้ตรวจความพร้อมของตนเอง โดยเป็นข้อเสนอสำหรับนำไปทบทวนงาน ไม่ใช่ข้อกำหนดใหม่เพิ่มเติมจากหนังสือ

  • ระเบียบทรงผมที่ใช้กับนักเรียนเป็นฉบับใด และมีเนื้อหาสอดคล้องกับแนวนโยบายปี 2566 หรือไม่
  • มีหลักฐานการรับฟังความคิดเห็นและการเห็นชอบของคณะกรรมการก่อนประกาศใช้หรือไม่
  • นักเรียนและผู้ปกครองเข้าถึงกติกาฉบับเดียวกับที่ครูใช้ปฏิบัติได้จากที่ใด
  • ครูและฝ่ายดูแลนักเรียนเข้าใจวิธีปรับพฤติกรรมที่ไม่กระทบสิทธิในร่างกายตรงกันหรือไม่

นักเรียนและผู้ปกครองที่ต้องการทราบกติกาของตนเอง ควรเริ่มจากขออ่านระเบียบฉบับที่โรงเรียนประกาศใช้ และสอบถามข้อที่ยังไม่ชัดเจนกับครูที่ปรึกษาหรือฝ่ายที่รับผิดชอบ ส่วนโรงเรียนสามารถใช้เอกสารแนบด้านล่างตรวจเทียบแนวปฏิบัติได้โดยตรง

อ่านหนังสือและเอกสารต้นทาง

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง: เปิดเทอม 2/2569 สพฐ. ย้ำความปลอดภัย พร้อมเช็กลิสต์ครูตรวจความพร้อม

แหล่งข้อมูล: หนังสือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและเอกสารกระทรวงศึกษาธิการที่เผยแพร่ประกอบ ข่าวครูบ้านนอกดอทคอม วันที่ 31 ตุลาคม 2569 เรียบเรียงโดย การศึกษาไทย ตรวจเอกสารวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button