Think–Pair–Share (TPS) คือโครงสร้างกิจกรรมสั้น 3 ช่วง: ให้ผู้เรียนคิดด้วยตนเอง แลกเปลี่ยนกับคู่ แล้วจึงแบ่งปันต่อกลุ่มหรือทั้งชั้น จุดแข็งไม่ได้อยู่ที่การให้เด็กคุยกันเท่านั้น แต่อยู่ที่การกันเวลาให้ทุกคนสร้างคำตอบก่อน ลดความเสี่ยงของการพูดต่อหน้าชั้น และทำให้ครูได้ยินแนวคิดมากกว่ากลุ่มผู้เรียนที่ยกมือเป็นประจำ
บทความนี้เป็นคำแนะนำทางวิชาการ ไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมายหรือหลักสูตร ครูควรปรับเวลา ภาษา วิธีจับคู่ และรูปแบบการตอบให้เหมาะกับวัย เนื้อหา ความพร้อมทางภาษา และความต้องการจำเป็นของผู้เรียน
> สถานะข้อมูล > ตรวจสอบแหล่งข้อมูลล่าสุด: 1 สิงหาคม 2569 > ขอบเขต: การใช้ Think–Pair–Share เป็นกิจกรรมระหว่างเรียนในชั้นเรียนทั่วไป > หลักฐานสำคัญ: งานภาคสนามกับนักเรียนชั้น ม.3 จำนวน 393 คนพบว่า TPS เพิ่มการยกมือตอบเมื่อเทียบกับการให้ตอบทันที และการแลกเปลี่ยนกับคู่สัมพันธ์กับความกังวลที่ลดลง แต่ผลดังกล่าวไม่ใช่คำรับรองว่าจะเกิดเหมือนกันในทุกบริบท
Think–Pair–Share ต่างจาก “คุยกับเพื่อน” อย่างไร
กิจกรรมครบองค์ประกอบเมื่อผู้เรียนได้ทำทั้งสามช่วงอย่างมีเป้าหมาย
| ช่วง | ผู้เรียนทำอะไร | ครูต้องออกแบบอะไร | หลักฐานที่สังเกตได้ |
|---|---|---|---|
| Think — คิด | คิด เขียน วาด หรือเลือกคำตอบของตนเอง | คำถามชัด เวลาคิด และรูปแบบบันทึก | ทุกคนมีร่องรอยความคิดก่อนคุย |
| Pair — จับคู่ | อธิบาย เปรียบเทียบ และปรับคำตอบกับคู่ | คู่สนทนา บทบาท และประเด็นที่ต้องตกลง | ทั้งสองคนได้พูดและอ้างเหตุผล |
| Share — แบ่งปัน | นำเสนอคำตอบคู่ ความต่าง หรือข้อสงสัย | วิธีเลือกคำตอบและเชื่อมสู่ข้อสรุป | ชั้นเรียนเห็นหลายแนวคิดและข้อสรุปที่ถูกต้อง |
หากครูถามแล้วให้คุยทันที ผู้เรียนที่คิดเร็วอาจเป็นเจ้าของคำตอบ ส่วนอีกคนเพียงเห็นด้วย หากตัดช่วง Share ออก ครูก็อาจไม่เห็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนร่วม หาก Share กลายเป็นการให้ทุกคู่รายงานข้อความซ้ำ กิจกรรมจะใช้เวลามากโดยไม่ได้เพิ่มการเรียนรู้
ขั้นตอนใช้งานใน 6–10 นาที
1. ตั้งคำถามที่มีสิ่งให้คิด
คำถามควรเชื่อมกับจุดประสงค์และเปิดโอกาสให้อธิบายเหตุผล เช่น “จากหลักฐานสองชิ้นนี้ ข้อสรุปใดน่าเชื่อถือกว่า เพราะอะไร” เหมาะกว่า “เข้าใจไหม” หรือคำถามจำคำตอบเดียวที่ผู้เรียนตอบพร้อมกันได้ทันที
ครูควรบอกผลผลิตให้ชัด เช่น “เลือกหนึ่งคำตอบ เขียนเหตุผลหนึ่งข้อ และเตรียมชี้หลักฐานหนึ่งจุด” ผู้เรียนจึงรู้ว่าต้องทำอะไรในเวลาคิด
2. Think: ให้ทุกคนคิดอย่างเงียบ ๆ
กำหนดเวลา 30 วินาทีถึง 3 นาทีตามความซับซ้อน และให้มีร่องรอยสั้น ๆ เช่น คำสำคัญ แผนภาพ การคำนวณ หรือประโยคคำตอบ ครูเดินดูโดยยังไม่เฉลย เพื่อประเมินว่าคำถามชัดและผู้เรียนมีข้อมูลพอหรือไม่
อย่าเรียกชื่อผู้ที่จะตอบตั้งแต่ก่อนเริ่ม เพราะคนอื่นอาจหยุดคิด ใช้ถ้อยคำว่า “ทุกคนเตรียมคำตอบของตนเอง เพราะเราจะนำความคิดสองคนมาเปรียบเทียบ”
3. Pair: แลกเปลี่ยน ไม่ใช่ผลัดกันอ่าน
ให้เวลา 2–4 นาที พร้อมภารกิจชัดเจน ตัวอย่างเช่น
- คน A อธิบายก่อน คน B สรุปสิ่งที่ได้ยิน แล้วสลับบทบาท
- หาจุดที่เห็นตรงกันหนึ่งข้อและต่างกันหนึ่งข้อ
- เลือกคำตอบร่วม แต่บันทึกข้อสงสัยที่ยังตกลงไม่ได้
- ตรวจว่าคำตอบของคู่มีหลักฐานรองรับตรงไหน
สำหรับจำนวนผู้เรียนคี่ ใช้กลุ่มสามคนโดยกำหนดบทบาท “ผู้อธิบาย–ผู้ถาม–ผู้สรุป” และหมุนบทบาท ไม่ควรปล่อยให้คนที่สามเป็นผู้ฟังตลอดกิจกรรม
4. Share: เลือกแบ่งปันเพื่อพัฒนาความคิด
ไม่จำเป็นต้องให้ทุกคู่รายงาน ครูอาจเลือก 3–4 คำตอบที่แสดงลำดับความคิด เริ่มจากคำตอบที่พบบ่อย ต่อด้วยคำตอบที่ใช้หลักฐานต่างกัน และจบด้วยประเด็นที่ต้องแก้ความเข้าใจ
รูปแบบ Share ไม่จำกัดการพูดหน้าชั้น อาจใช้กระดานย่อย โหวตพร้อมเหตุผล ติดบันทึกบนผนัง ส่งคำตอบดิจิทัล หรือให้คนหนึ่งรายงาน “ความคิดของคู่” โดยได้รับความยินยอม วิธีที่เลือกควรทำให้ครูเห็นหลักฐานจากหลายคนและไม่ทำให้ผู้เรียนอับอาย
5. สรุปและใช้คำตอบต่อ
TPS ไม่จบเมื่อผู้เรียนพูด ครูต้องเชื่อมคำตอบกับจุดประสงค์ ทำข้อสรุปที่ถูกต้องให้ชัด และตัดสินใจว่าจะเดินหน้า อธิบายใหม่ หรือให้โจทย์เพิ่มเติม หากคำตอบไม่ส่งผลต่อการสอน กิจกรรมอาจเป็นเพียงการสนทนา ไม่ใช่การประเมินระหว่างเรียน
ตัวอย่างพร้อมใช้ 3 รายวิชา
วิทยาศาสตร์
คำถาม: “พืชสองกระถางได้รับน้ำเท่ากัน แต่กระถางหนึ่งอยู่ในที่มืด ข้อมูลใดที่ต้องเก็บเพื่ออธิบายความต่างของการเจริญเติบโต” Think: เขียนตัวแปรที่ต้องวัดคนละ 2 ตัว Pair: รวมรายการและตัดตัวแปรที่ไม่ช่วยตอบคำถาม Share: แต่ละคู่เสนอหนึ่งตัวแปรพร้อมเหตุผล ครูจัดกลุ่มเป็นตัวแปรต้น ตาม และควบคุม
ภาษาไทย
คำถาม: “ประโยคใดในเรื่องแสดงการเปลี่ยนใจของตัวละครชัดที่สุด” Think: ขีดข้อความและเขียนคำอธิบายหนึ่งประโยค Pair: เปรียบเทียบหลักฐาน หากเลือกต่างกันให้ชี้จุดแข็งของแต่ละข้อความ Share: ครูเลือกคู่ที่ใช้หลักฐานต่างกันมาอภิปรายเกณฑ์ของคำว่า “ชัดที่สุด”
คณิตศาสตร์
คำถาม: “วิธีแก้สองวิธีนี้ให้คำตอบเท่ากันหรือไม่ และขั้นตอนใดพิสูจน์ได้” Think: ตรวจแต่ละบรรทัดและทำเครื่องหมายจุดที่สงสัย Pair: อธิบายเหตุผลของแต่ละการแปลง Share: แสดงคำตอบที่ต่างกันก่อน แล้วให้ชั้นเรียนตรวจด้วยสมบัติทางคณิตศาสตร์
ทำอย่างไรให้ “ทุกคน” มีส่วนร่วมจริง
คำว่า “ทุกคนมีส่วนร่วม” ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องพูดต่อหน้าชั้นในทุกครั้ง ควรมองหลายมิติ ได้แก่ การคิดรายบุคคล การฟังคู่ การอธิบายเหตุผล การตั้งคำถาม การแก้คำตอบ และการแบ่งปันผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้
ครูใช้รายการสังเกตสั้น ๆ ได้ เช่น
- มีร่องรอยคำตอบรายบุคคลก่อน Pair
- ทั้งสองคนได้อธิบายหรือถาม
- ผู้ฟังสามารถสรุปความคิดของคู่ได้
- คำตอบอ้างข้อมูล หลักฐาน หรือขั้นตอน
- หลังสนทนา ผู้เรียนระบุได้ว่าความคิดเปลี่ยนตรงไหน
อย่าให้คะแนนเฉพาะการพูดดังหรือพูดเร็ว เพราะจะทำให้ “การมีส่วนร่วม” กลายเป็นการวัดบุคลิกภาพ หากต้องประเมิน ควรแจ้งเกณฑ์ล่วงหน้าและมีทางเลือกในการแสดงหลักฐาน
หลักฐานวิจัยบอกอะไร และไม่บอกอะไร
งานของ Mundelsee และ Jurkowski เปรียบเทียบ TPS กับ Think–Share และการยกมือตอบทันทีในนักเรียนชั้น ม.3 จำนวน 393 คน พบว่าการคิดแล้วคุยกับคู่ก่อนช่วยเพิ่มความถี่การยกมือเมื่อเทียบกับการตอบทันที และการตรวจสอบความคิดกับคู่ช่วยลดความกังวล นักเรียนที่ขี้อายยังยกมือน้อยกว่าเพื่อน แต่ได้รับประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนเช่นกัน
ข้อค้นพบนี้สนับสนุนเหตุผลของช่วง Pair แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่า TPS เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทุกวิชา ทุกวัย หรือทุกระยะเวลา ผลขึ้นกับคุณภาพคำถาม เวลา ความสัมพันธ์ในคู่ ความปลอดภัยทางจิตใจ และสิ่งที่ครูทำกับคำตอบหลัง Share
งานขนาดเล็กในระดับอุดมศึกษาของ Gossman พบความแตกต่างของการมีส่วนร่วม ความผูกพัน และความเข้าใจที่ผู้เรียนรายงานตามความถี่ของ TPS แต่ด้วยขนาดและบริบทของการศึกษา ควรใช้เป็นหลักฐานประกอบ ไม่ใช่ข้อสรุปเชิงสาเหตุทั่วไป
แนวคิดนี้สอดคล้องกับแนวทาง Active Learning ของ สสวท. ที่เน้นให้ผู้เรียนลงมือคิด สื่อสาร และสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่เลือกกิจกรรมเพราะดูสนุกเพียงอย่างเดียว อ่านการเลือกกิจกรรมตามเป้าหมายได้ที่ เทคนิค Active Learning: เลือกกิจกรรมอย่างไรให้ตรงจุดประสงค์ และแนวทางการออกแบบคำถามได้ที่ สอนแบบใช้คำถามจากจำสู่คิดวิเคราะห์
ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้
| ปัญหา | สาเหตุที่เป็นไปได้ | วิธีปรับ |
|---|---|---|
| คนหนึ่งพูด อีกคนพยักหน้า | ไม่มีเวลาคิดหรือบทบาท | ให้เขียนก่อนและสลับผู้พูด–ผู้สรุป |
| คุยนอกเรื่อง | คำสั่งกว้างหรือผลผลิตไม่ชัด | ระบุสิ่งที่ต้องส่งและตั้งเวลาทีละช่วง |
| ทุกคู่ตอบเหมือนกัน | คำถามแคบเกินไป | ขอเหตุผล วิธีตรวจ หรือเงื่อนไขที่ทำให้คำตอบเปลี่ยน |
| Share ยาวและซ้ำ | ให้ทุกรายงานครบ | เลือกคำตอบตัวแทน แล้วให้คู่ที่ต่างเพิ่มเติม |
| ผู้เรียนกลัวผิด | Share กลายเป็นการจับผิด | ให้แบ่งปันความคิดของคู่ ใช้ภาษาที่ยอมรับการแก้คำตอบ |
| ผู้เรียนยังคิดไม่ได้ | ขาดความรู้หรือข้อมูลตั้งต้น | ให้ตัวอย่าง ข้อมูล ภาพ หรือคำใบ้ก่อนเริ่มใหม่ |
| เสียงดังจนติดตามไม่ได้ | ไม่มีสัญญาณเวลา | ใช้ตัวจับเวลา สัญญาณหยุด และคำสั่งบนจอ/กระดาน |
เช็กลิสต์ก่อนใช้ Think–Pair–Share
- คำถามเชื่อมกับจุดประสงค์การเรียนรู้
- ผู้เรียนมีข้อมูลหรือความรู้พื้นฐานพอที่จะคิด
- ระบุผลผลิตของช่วง Think ชัดเจน
- กำหนดเวลาแต่ละช่วงและมีสัญญาณเปลี่ยนช่วง
- มีวิธีจับคู่ที่ไม่ทำให้ผู้เรียนคนเดิมถูกกีดกัน
- กำหนดบทบาทให้ทั้งคู่พูด ฟัง และถาม
- วางแผนเลือกคำตอบในช่วง Share โดยไม่ทำให้อับอาย
- มีช่องทางตอบอื่นนอกจากพูดหน้าชั้น
- เตรียมคำถามติดตามหลักฐานและเหตุผล
- วางแผนว่าจะใช้คำตอบปรับการสอนอย่างไร
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ Think–Pair–Share ทุกคาบได้ไหม
ใช้ได้เมื่อเหมาะกับจุดประสงค์ แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกคาบหรือทุกคำถาม หากต้องการตรวจข้อเท็จจริงสั้น ๆ อาจใช้วิธีอื่นที่เร็วกว่า หากต้องฝึกปฏิบัติรายบุคคล TPS ก็ไม่ควรแทนเวลาฝึกทั้งหมด
ควรจับคู่ตามความสามารถหรือสุ่ม
ไม่มีวิธีเดียวที่ดีที่สุด คู่คละความพร้อมอาจช่วยแลกวิธีคิด แต่เสี่ยงให้คนหนึ่งทำแทน คู่ใกล้เคียงกันอาจทำให้ทั้งสองต้องรับผิดชอบมากขึ้น ครูควรเลือกตามงาน สังเกตความสมดุล และเปลี่ยนคู่เป็นระยะ
ห้องเรียนออนไลน์ใช้ได้หรือไม่
ใช้ได้โดยให้ตอบรายบุคคลก่อน แยกห้องคู่ แล้วกลับมาแบ่งปันในแชต กระดานร่วม หรือห้องหลัก ครูต้องเผื่อเวลาย้ายห้องและเตรียมทางเลือกสำหรับผู้เรียนที่มีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์หรือเสียง
จำเป็นต้องให้คะแนนหรือไม่
ไม่จำเป็น หากให้คะแนนควรประเมินพฤติกรรมที่สังเกตได้ เช่น การอ้างหลักฐาน การฟังและสรุป ไม่ควรให้คะแนนจากความถี่การพูดเพียงอย่างเดียว
แหล่งอ้างอิง
- Lyman, F. T. (1981). *The Responsive Classroom Discussion: The Inclusion of All Students*. ใน A. Anderson (Ed.), *Mainstreaming Digest*. University of Maryland. รายการบรรณานุกรมต้นกำเนิดแนวคิดตรวจสอบผ่าน เอกสาร University of Florida
- Mundelsee, L., & Jurkowski, S. (2021). Think and pair before share: Effects of collaboration on students’ in-class participation. *Learning and Individual Differences*, 88, 102015.
- Gossman, P. (2015). Student Understanding, Participation and Engagement: A Small Scale Quantitative Study. *Journal of Perspectives in Applied Academic Practice*, 3(2).
- สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. เทคนิคที่ใช้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แบบ Active Learning. ตรวจสอบล่าสุด 1 สิงหาคม 2569
- สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning). ตรวจสอบล่าสุด 1 สิงหาคม 2569
หมายเหตุจากกองบรรณาธิการ: ช่วงเวลา ตัวอย่างคำถาม บทบาท และเช็กลิสต์ในบทความเป็นแนวทางประยุกต์ที่กองบรรณาธิการเรียบเรียง ไม่ใช่ข้อกำหนดจาก สพฐ. สสวท. หรือหลักสูตรแกนกลาง











