%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการ%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1
Sorrawee asked 5 ปี ago

ชื่อเรื่อง รายงานการใช้ชุดกิจกรรมเกมการศึกษาเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ด้านมิติสัมพันธ์ (พื้นที่ / ระยะ) ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1ผู้รายงาน นางละมัย ศรีทองชัยปีที่ทำการศึกษา 2562 บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1.เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมเกมการศึกษาเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ด้านมิติสัมพันธ์ (พื้นที่ / ระยะ) สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ตามเกณฑ์ 80/80 และ 2.เพื่อเปรียบเทียบทักษะของนักเรียนต่อการใช้ชุดกิจกรรมเกมการศึกษาเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ด้านมิติสัมพันธ์ (พื้นที่ / ระยะ) สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมเกม โดยกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา2562 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดทุ่งสว่าง อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู จำนวน 13 คน การเลือกแบบสุ่มอย่างง่าย (Sample random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ 1) ชุดกิจกรรมเกมการศึกษา จำนวน 40 กิจกรรม 2) คู่มือการใช้แผนการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมเกม เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ด้านมิติสัมพันธ์ (พื้นที่/ระยะ) จำนวน 40 แผน และ3) แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ด้านมิติสัมพันธ์ (พื้นที่/ระยะ) จำนวน 15 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ และเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังเรียนใช้การทดลองค่า t-testสรุปผลการศึกษา1.ชุดกิจกรรมเกมการศึกษาเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ด้านมิติสัมพันธ์ (พื้นที่ / ระยะ) สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 87.23/86.67 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/802.การพัฒนาทักษะนักเรียนจากการใช้ชุดกิจกรรมเกมการศึกษาเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ด้านมิติสัมพันธ์ (พื้นที่ / ระยะ) สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 มีการพัฒนาสูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมเกมและมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

Back to top button