การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างองค์ 4 แห่งการศึกษา (4H)

กระดานสนทนา เผยแพร่ผลงานวิชาการหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างองค์ 4 แห่งการศึกษา (4H)
การศึกษาไทย ทีมงาน asked 5 ปี ago

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างองค์ 4 แห่งการศึกษา (4H) และทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C) ในกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ตามแนวสะตีมศึกษา(STEAM Education) โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL: Project Based Learning)ผู้วิจัย นายอัครเจตน์ สีหะวงษ์ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษาสถานศึกษา โรงเรียนกันทรารมณ์ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษสถานที่วิจัย โรงเรียนบึงมะลูวิทยา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28ปีการศึกษา ภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาในการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ การเสริมสร้างองค์ 4 แห่งการศึกษา (4H) และทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C) 2) เพื่อสร้างรูปแบบการเสริมสร้างองค์ 4 แห่งการศึกษา (4H) และทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C) ในกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ตามแนวสะตีมศึกษา (STEAM) โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL: Project Based Learning) 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการเสริมสร้างองค์ 4 แห่งการศึกษา (4H) และทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C) ในกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ตามแนวสะตีมศึกษา (STEAM) โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL: Project Based Learning) 4) เพื่อประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการเสริมสร้างองค์ 4 แห่งการศึกษา (4H) และทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C) ในกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ตามแนวสะตีมศึกษา (STEAM) โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL: Project Based Learning) โดยใช้เทคนิคการประเมินแบบ CIPPIEST Model ตามแนวคิดของ Stufflebeam and Shinkfield (2007) ประกอบด้วยการประเมินใน 8 ด้าน คือ ด้านสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) ด้านกระบวนการ (Process Evaluation) ด้านผลผลิต (Product Evaluation) ด้านผลกระทบ (Impact Evaluation) ด้านประสิทธิผล (Effectiveness Evaluation) ด้านความยั่งยืน (Sustainability Evaluation) และด้านการถ่ายทอดส่งต่อ (Transportability Evaluation) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรียนบึงมะลู ตำบลบึงมะลู อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ สังกัดสำนักเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 169 คน ที่ร่วมกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratify Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้แก่ รูปแบบฯ และคู่มือการจัดกิจกรรม“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” โรงเรียนบึงมะลูวิทยา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 2.1) แบบประเมินองค์ 4 แห่งการศึกษา เป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 4 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.63 – 0.85และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.96 2.2) แบบประเมินทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C)เป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 24 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.65 – 0.89 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.92 2.3) แบบประเมินประสิทธิผลของรูปแบบฯเป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 65 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.52 – 0.76 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.84 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)ผลการวิจัยปรากฏดังนี้1) สภาพปัจจุบันและปัญหาในการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” และการเสริมสร้างองค์ 4 แห่งการศึกษา (4H) และทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C) พบว่า ครูมีความพร้อมและดำเนินการจัดกิจกรรมตามคู่มือ แต่ยังไม่มีความชัดเจนด้านความรู้ ทักษะ และแรงจูงใจในการจัดกิจกรรม เท่าที่ควร เนื่องจากยังไม่มีรูปแบบ วิธีการ เครื่องมือ ที่ใช้ในการเสริมสร้าง และการประเมินทักษะ นักเรียนยังไม่เห็นความสำคัญในการปรับตัวเข้ากับสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขาดความกระตือรือร้น ความร่วมมือในการจัดกิจกรรม และการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน2) ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการเสริมสร้างองค์ 4 แห่งการศึกษา (4H) และทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C) ในกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ตามแนวสะตีมศึกษา (STEAM) โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL: Project Based Learning) โดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด( = 4.53, S.D.= 0.63) และผลการประเมินความเหมาะสมของคู่มือการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้” โดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.66, S.D.= 0.54)3) ผลการใช้รูปแบบการเสริมสร้างองค์ 4 แห่งการศึกษา (4H) และทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C) ในกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ตามแนวสะตีมศึกษา (STEAM)โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL: Project Based Learning) ปรากฏดังนี้3.1) ผลการประเมินทักษะองค์ 4 แห่งการศึกษา (4H ) ในกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ตามแนวสะตีมศึกษา (STEAM) โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL: Project Based Learning) ในภาพรวมทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับ ดีมาก ( = 4.58, S.D.= 0.46)3.2) ผลการประเมินทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R) ทักษะในสาระวิชาหลัก(Core Subjects–3R) ในกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ตามแนวสะตีมศึกษา (STEAM)โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL: Project Based Learning) ในภาพรวมทั้ง 3 ด้าน อยู่ในระดับ ดีมาก( 4.62, S.D.= 0.66)3.3) ผลการประเมินทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8C) ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (Learning and Innovation Skills – 8C) ในกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”ตามแนวสะตีมศึกษา (STEAM) โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL: Project Based Learning)ในภาพรวมทั้ง 8 ด้าน อยู่ในระดับ ดีมาก ( = 4.53, S.D.= 0.44)4) ผลการประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการเสริมสร้างองค์ 4 แห่งการศึกษา (4H)และทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C) ในกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ตามแนวสะตีมศึกษา (STEAM Education) โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL: Project Based Learning) ในภาพรวมทั้ง 8 ด้าน อยู่ในระดับ มาก ( = 4.48, S.D. = 0.62) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation) อยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.52, S.D. = 0.56) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) อยู่ในระดับ มาก ( = 4.38, S.D. = 0.51) ด้านกระบวนการ (Process Evaluation)อยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.56, S.D. = 0.66) ด้านผลผลิต (Product Evaluation) อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.68, S.D. = 0.72) ด้านผลกระทบ (Impact Evaluation) อยู่ในระดับ มากที่สุด( = 4.53, S.D. = 0.55) ด้านประสิทธิผล (Effectiveness Evaluation) อยู่ในระดับ มาก( = 4.48, S.D. = 0.42) ด้านความยั่งยืน (Sustainability Evaluation) อยู่ในระดับ มาก( = 4.42, S.D. = 0.38) และด้านการถ่ายทอดส่งต่อ (Transportability Evaluation)อยู่ในระดับ มาก ( = 4.31, S.D. = 0.44)

Back to top button