เผยแพร่ผลงาน

เพชรี มากมี asked 3 เดือน ago

ชื่อเรื่อง  การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกมร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้วิจัย นางเพชรี  มากมี
ปีการศึกษา  2567  
บทคัดย่อ          
การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม เพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม เพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม เพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม เพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 4) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม เพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) ใช้แบบแผนการวิจัยแบบหนึ่งกลุ่มทดสอบก่อนและหลัง (The One Group Pretest–Posttest Design) ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดเสมาเมือง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 340 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 จำนวน 44 คน ซึ่งได้มาจาก การเลือกแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม เพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10 แผน เวลา 18 ชั่วโมง ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 4 เล่ม บอร์ดเกม จำนวน 4 เกม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ข้อสอบวัดทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า ผลการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีความรู้พื้นฐานเรื่องทศนิยมอยู่ในระดับน้อย การจัดการเรียนการสอนส่วนใหญ่ยังเน้นการบรรยายตามหนังสือเรียน และการใช้สื่อการเรียนการสอนที่ไม่ทันสมัย ส่งผลให้นักเรียน เกิดความเบื่อหน่ายและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้น้อย อย่างไรก็ตาม นักเรียนมีความต้องการให้มี การจัดการเรียนรู้ที่ใช้สื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย เน้นการทำกิจกรรมและการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยเฉพาะการใช้บอร์ดเกมและชุดกิจกรรมการเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอน ผลการพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 87.89/87.56 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 80/80 แสดงว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผลของการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมและบอร์ดเกมต่อทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 44 คน ผลการวิจัยพบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 และนักเรียนส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์ แม้มีความแปรปรวนของผลสัมฤทธิ์ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างสูง แต่โดยรวมสะท้อนประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัด การเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบอร์ดเกม พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 56, S.D. = 0.47) แสดงว่านักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และเห็นว่าการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับบอร์ดเกมช่วยให้การเรียนคณิตศาสตร์มีความสนุกและเข้าใจเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น

Back to top button