การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ เรื่อง การจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม R-A-E-S โดยใช้แนวทาง Active Learning เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนบ้านริมทะเล
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดให้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และแผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี เพื่อใช้กำหนดทิศทางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานมุ่งเน้นการจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ พัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในการทำงานที่สอดคล้อง กับความต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนาประเทศให้นำไปสู่เป้าหมาย เพื่อประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้วิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการพัฒนาของโรงเรียนในสังกัด พบว่ายังมีความเลื่อมล้ำสูงในพื้นที่โรงเรียนที่ตั้งในลักษณะพิเศษ โรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดารและโรงเรียนพื้นที่เกาะ เนื่องจากยังมีปัญหาหลายด้าน อาทิเช่น เด็กตกหล่น เด็กออกกลางคัน เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เด็กขาดทักษะอาชีพ ขาดทักษะชีวิตและภูมิคุ้มกันที่ดี ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของนักเรียน เพื่อให้เกิดการพัฒนามุ่งสู่เป้าหมาย จึงได้มีการดำเนินการจัดการทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพบริบทของพื้นที่ โดยได้กำหนดเป้าหมายของการพัฒนา เพื่อให้ผู้เรียนได้รับโอกาสและความเสมอภาคอย่างทั่วถึง ลดความเลื่อมล้ำทางการศึกษา มีความปลอดภัย และมีคุณภาพให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำไปสู่การพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
โรงเรียนขนาดเล็ก นับเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นในการจัดการศึกษาในปัจจุบัน กล่าวคือโรงเรียนขนาดเล็กเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ 120 คนลงมา ปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนโรงเรียนในกลุ่มนี้มากขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบมีความตระหนักในสภาพปัญหาดังกล่าว จึงแสวงหาแนวทางที่จะจัดการกับปัญหานี้ โดยมีการหาวิธีการบริหารจัดการเพื่อการแก้ปัญหานี้มาโดยตลอด และเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งเกิดจากค่านิยม ความเชื่อ รวมถึงสภาพของชุมชนเปลี่ยนแปลงไป จากการคมนาคมที่สะดวก ผู้ปกครองจึงส่งบุตรหลานเข้าไปเรียนในเมือง หรือโรงเรียนขนาดใหญ่ โดยมีความเชื่อว่า มีความสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพมากกว่า จากประสบการณ์ในการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก การศึกษาเอกสาร ข้อมูลและงานวิจัยต่าง ๆ ผู้พัฒนานวัตกรรม พบว่า ปัญหาที่สำคัญที่สุดของโรงเรียนขนาดเล็ก ได้แก่ 1) การขาดแคลนงบประมาณ 2) ขาดแคลนครู ครูไม่ครบชั้น เนื่องจากไม่ได้รับการจัดสรรอัตรากำลังครู เพราะนักเรียนมีจำนวนน้อย 3) คุณภาพของนักเรียนค่อนข้างต่ำ เพราะยังขาดการพัฒนาอย่างรอบด้าน และขาดโอกาสในการพัฒนาด้านอื่น ๆ 4) โรงเรียนขาดผู้บริหาร ถึงแม้ว่าจะมีความเชื่อกันว่า คุณภาพของนักเรียนขึ้นอยู่กับคุณภาพของผู้บริหารที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ของครูให้บรรลุเป้าหมาย แต่ในข้อเท็จจริงปัจจุบันโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมาก ยังไม่มีผู้บริหารสถานศึกษา จึงแต่งตั้งครูรักษาการในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อแก้ปัญหาเป็นการชั่วคราว ซึ่งมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม คือ ครูมีจำนวนจำกัดอยู่แล้ว แต่ยังต้องไปปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บริหาร ทำให้การจัดการเรียนการสอนไม่เต็มประสิทธิภาพ และ 5) การขาดความน่าเชื่อถือจากผู้ปกครองและชุมชน เนื่องจากไม่มีครู หรือผู้บริหารที่เป็นผู้นำในการพัฒนา จึงทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกมาก (สมบัติ ธำรงธัญวงศ์, 2557 : 2)
โรงเรียนบ้านริมทะเล ตำบลเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา เป็นโรงเรียนขนาดเล็กตั้งอยู่ในพื้นที่ลักษณะพิเศษ (พื้นที่เกาะ) เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2567 มีนักเรียนจำนวน 83 คน สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นของโรงเรียนบ้านริมทะเลยังขาดแคลนทรัพยากรเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษาให้มีคุณภาพ การระดมทรัพยากรเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนทำได้ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลักษณะพิเศษ (พื้นที่เกาะ) ที่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับประชากร รวมถึงข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและการประกอบอาชีพ มีความยากลำบากในการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จึงส่งผลให้เกิดปัญหาที่สำคัญที่สุดของโรงเรียนคือ การพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทั้งนี้จากการวิเคราะห์คุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยพิจารณาจากการวิเคราะห์ผลการทดสอบความสามารถในการอ่าน (Reading Test : RT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีผลการทดสอบความสามารถการอ่านออกเสียง คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 96.16 และมีความสามารถการอ่านรู้เรื่อง คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 94.66 รวมเฉลี่ยทั้ง 2 ด้าน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 95.41 ผลการประเมินความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (National Test : NT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลการทดสอบความสามารถด้านคิดคำนวณ คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 78.40 และผลการทดสอบด้านภาษา คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 90.30 รวมคะแนน 2 ด้าน คะแนนรวมเฉลี่ยร้อยละ 84.35 และเมื่อพิจารณาผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Educational Test : O – NET) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คือ ภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 57.75 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ คณิตศาสตร์ คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 24.10 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 43.46 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ และภาษาอังกฤษ คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 26.68 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ รวมคะแนนเฉลี่ย 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ มีคะแนนเฉลี่ยรวมร้อยละ 37.99 เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ค่าเฉลี่ยรวมร้อยละ 50 ขึ้นไป
แนวทางการแก้ปัญหา
โรงเรียนบ้านริมทะเลซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กตั้งอยู่ในพื้นที่ลักษณะพิเศษ (พื้นที่เกาะ) ได้ศึกษารูปแบบการบริหารเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน พบว่าแนวทางที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กให้ประสบความสำเร็จได้อย่างมีคุณภาพ ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คือแผนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก ไปสู่การเรียนรู้ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) โดยใช้ สุขใจ โมเดล (SUKJAI MODEL) ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา เป็นโมเดลที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างความสุขในการจัดการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับการบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เป็นรูปแบบและวิธีการอย่างหนึ่งในการพัฒนาและแก้ปัญหาที่จะนำไปสู่เป้าหมายได้
โรงเรียนบ้านริมทะเล จึงได้ดำเนินการคิดค้นนวัตกรรมการบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาผู้เรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก “สุขใจ โมเดล” (SUKJAI MODEL) ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา โดยหลักการกระบวนการตามแนวทาง “การจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม R-A-E-S โดยใช้แนวทาง Active Learning เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก”