
การประเมินวิทยฐานะตามระบบ PA (Performance Appraisal) ยังคงเป็นประเด็นที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาหลายท่านมีข้อสงสัยมากมาย โดยเฉพาะผู้ที่กำลังดำเนินการหรือวางแผนยื่นขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะในปีงบประมาณ 2568 เพื่อให้เข้าใจแนวทางปฏิบัติได้ชัดเจนมากขึ้น สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้สรุป “คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับระบบ PA” ไว้ดังนี้
1. กรณีใช้ ว 17/2552 แต่ไม่มีผลการประเมิน ว 21/2560 จะสามารถยื่นคู่กับ PA ได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ แต่ต้องเป็นผลเปรียบเทียบปีการศึกษา 2562 และ 2563
2. ต้องเข้าอบรมก่อนยื่นหรือไม่?
ตอบ: ไม่ต้องเข้าอบรม หากยื่นตามเกณฑ์ PA ใช้เฉพาะผลการประเมินที่ผ่านเกณฑ์เท่านั้น
3. ข้าราชการครูที่ใช้ ว 17/2552 + ว 9/2564 จะยื่นขอเลื่อนวิทยฐานะได้ในปี 2566 หรือไม่?
ตอบ: ใช้ได้ โดยต้องมีรายงานรวมกับผล PA และเปรียบเทียบปีการศึกษา 2562 และ 2563
4. เรียนจบ ป.โท ก่อนบรรจุ มีสิทธิลดระยะเวลาตาม ว 4/2564 หรือไม่?
ตอบ: หากวุฒิไม่เคยนำมาใช้ลดเวลา และตรงตามเงื่อนไขที่ ก.ค.ศ. กำหนด ก็สามารถลดระยะเวลาได้
5. กรณีย้ายจาก สพฐ. ไป สอศ. สามารถใช้ผลพัฒนาผู้เรียนของเดิมได้หรือไม่?
ตอบ: ใช้ได้ โดยให้คณะกรรมการประเมินของ สอศ. รับรองผลพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามเกณฑ์ ว 17/2552
6. ครูที่ลาคลอดระหว่างปี สามารถยื่นขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ โดยสามารถส่งคำขอผ่านผู้บังคับบัญชาในระหว่างลาคลอดได้
7. ระบบ DPA ต้องดำเนินการเฉพาะวันราชการเท่านั้นหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็น ระบบเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด แต่ต้องเผื่อเวลาให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบ
8. ระบบ DPA รองรับการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนยื่นหรือไม่?
ตอบ: ระบบจะมีการทดลองใช้ในช่วง ส.ค. – ก.ย. โดยรองรับเฉพาะเกณฑ์ PA (ไม่รองรับเกณฑ์เดิม)
9. ต้องกรอกข้อมูลในระบบ DPA กรณีขอ “คงวิทยฐานะ” ด้วยหรือไม่?
ตอบ: ต้องกรอก โดยระบบจะมีเมนูย่อยสำหรับบันทึกผล PA ทุกคนไว้ล่วงหน้า และเชื่อมโยงการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะโดยอัตโนมัติ
หากต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ระบบ DPA (Digital Performance Appraisal) และการดำเนินการตามเกณฑ์ วPA สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ทางการของสำนักงาน ก.ค.ศ. www.otepc.go.th











